การสร้างแผนงานการขายและการตลาด
การสร้างนโยบายการตลาดที่ประสบความสำเร็จ การค้นหาโอกาสในการขายสินค้าและบริการ รวมทั้งการติดต่อกับลูกค้าที่มีอยู่เดิมกับว่าที่ลูกค้า ล้วนแล้วแต่เป็นงานที่ยากลำบากอย่างยิ่ง นั่นอาจเป็นเหตุผลให้คนหลายๆ คนไม่ค่อยชอบเรื่องของการตลาดมากนัก
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านครับ วันนี้ผมเองก็กลับเข้าทำหน้าที่ Blogger เหมือนเคยครับหลังจากที่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้แอบหนีไปเที่ยวซะเต็มอิ่ม ก็สนุกสนานกันพอสมควรครับ ได้พักผ่อนสมองหลังจากที่สู้กับสิ่งต่างๆ ที่เป็นอาชีพของเราตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สำหรับวันนี้ผมขอนำเสนอเนื้อหาในเชิงวิชาการสักหัวข้อเรื่องนะครับ เนื่องจากว่าจะได้เป็นความรู้สำหรับน้องๆ รวมไปถึงผู้ที่สนใจข้อมูลด้านการตลาด เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขในเบื้องต้นของผมที่ได้ตั้งเอาไว้แล้วว่าที่แห่งนี้คือ “บล็อกการตลาด“ ฉนั้นจะไม่ให้มีข้อมูลด้านวิชาการเลยก็เห็นจะไม่ได้ครับ เพราะบางครั้งอาจต้องใช้ในการอ้างอิงข้อมูลนั่นเองครับ สำหรับเนื้อหาในบทความนี้นั้น อาจดูไม่ค่อยสมบูรณ์หรือเป็นทางการ ทางหลักวิชาการมากนัก เพราะว่าผมได้ทำการเขียนจากข้อสรุปต่างๆ ที่พอเข้าใจได้เพื่อให้ทุกท่านสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายและ เป็นประโยชน์กับทุกๆ ท่านครับ พร้อมแล้วอ่านต่อได้เลยครับ
แต่ถ้าหากคุณสงสัยว่ามีวิธีการทำตลาดของคุณนั้น มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด คุณอาจต้องตั้งคำถามเหล่านี้เพื่อค้นหาคำตอบในการพัฒนา นโยบายด้านการตลาดของคุณให้ดียิ่งขึ้น
1. คุณมีมุมมองที่ครบถ้วนเกี่ยวกับลูกค้าและคุณสามารถแยกแยะว่าที่ลูกค้าจากมุมมองดังกล่าวหรือไม่?
2. ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าของคุณกระจายไปอยู่ตามข่าวสารอีเมล์ เอกสาร หรือดาต้าเบสต่างๆหรือไม่?
3. คุณจำเป็นต้องใช้สื่อในการทำตลาดที่ซับซ้อนหรือไม่ แต่คุณกลับไม่มีงบมากพอที่จะจ้างโรงพิมพ์ได้?
4. พนักงานขายของคุณมีขั้นตอนที่จะติดตามผลหลังจากไปติดต่อกับลูกค้าแล้วหรือไม่?
คำถามต่างๆ เหล่านี้จะช่วยค้นหาคำตอบให้คุณได้ในเบื้องต้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา กลยุทธทางด้านการตลาดของคุณ ไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จทางด้านการตลาดของคุณทั้งสิ้นนั่นก็เพราะว่า
คำตอบที่คุณได้รับกลับมาสามารถบ่งบอกให้คุณทราบว่าคุณมีแนวทางการขายและการตลาดพื้นฐานแล้วหรือไม่ จากนั้นคุณก็จะสามารถพัฒนากลยุทธการทำตลาดและขั้นตอนการขายที่ใช้ได้ผลสำหรับธุรกิจของคุณขึ้นมาได้
สร้างแผนการทำตลาด

แผนการทำตลาดที่ดีก็คือช่องทางที่คุณใช้ติดต่อกับลูกค้าเก่าและดึงดูดลูกค้าใหม่ๆให้เข้ามาหาคุณ นอกจากนั้นมันยังช่วยให้คุณสามารถแยกแยะได้ว่า คุณต้องการเจาะกลุ่มลูกค้าประเภทใด จะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างไร และจะติดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อที่คุณจะได้เรียนรู้ว่าอะไรที่ใช้ได้ผลบ้าง สำหรับนำมาช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตมากขึ้นกว่าเดิมได้
ถ้าหากคุณยังไม่มีแผนงานตลาด การทำแผนดังกล่าวขึ้นมาไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นแต่อย่างใด แผนการตลาดที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเป็นแผนที่ยืดยาวหรือซับซ้อนแต่อย่างใด แต่ควรมีข้อมูลเพียงพอที่จะช่วยให้คุณจัดเตรียม สั่งงาน และประสานงานความพยายามในการทำตลาดได้เท่านั้นเอง
ผมได้จัดเตรียมขั้นตอน 5 ประการขึ้นมาเพื่อช่วยให้คุณสร้างแผนการตลาดของตัวคุณเองขึ้นมาได้ คุณต้องมีการรวบรวมข้อมูลขึ้นมาก่อนที่จะเขียนแผนงานการตลาดออกมา ทำแผนงานฉบับร่างขึ้นมา และมีการแก้ไขแผนงานหลังจากที่คุณทำแผนเสร็จแล้ว โดยผมจะใช้บริษัทท่องเที่ยวที่ชื่อ Makemany Travel (แค่สมมตินะครับ) ที่มีพนักงาน 37 คนเป็นตัวอย่างในครั้งนี้
ขั้นตอนที่ 1: หาจุดยืนผลิตภัณฑ์และบริการของคุณ
ก่อนที่คุณจะร่างแผนงานขึ้นมา คุณต้องจดจำองค์ประกอบหลัก 4 ข้อของการทำตลาดให้ดี ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ ราคา โปรโมชัน และสถานที่ เป้าหมายของคุณก็คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการสำหรับลูกค้าที่เหมาะสม โดยมีการตั้งราคาที่เหมาะสม ภายในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมอีกด้วย วิธีการที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นก็คือการตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจของคุณเอง แนวทางตัวอย่างสำหรับขั้นตอนที่ 1 อิงกับแผนการตลาดที่บริษัท Makemany Travel ใช้อยู่
ลูกค้าของคุณคือใคร?
Makemany Travel ให้บริการท่องเที่ยวสำหรับนักธุรกิจ ซึ่งทำข้อมูลที่มีการรวบรวมเอาไว้ระบุว่าลูกค้าปกติเป็นหัวหน้าครอบครัวซึ่งมีอายุระหว่าง 35 ถึง 55 ปี โดยมีรายได้ต่อปีมากกว่า 1,000,000 บาท

ลูกค้าเหล่านี้ต้องการอะไร?
ตลาดที่ Makemany Travel ตั้งเป้าเอาไว้ก็คือคู่สามีภรรยานักธุรกิจที่มีลูกๆ ซึ่งต้องการแผนการท่องเที่ยวที่เหมาะกับครอบครัวของตนเอง เป้าหมายของทางบริษัทก็คือจัดท่องเที่ยวที่ผ่อนคลาย มีเอกลักษณ์ และสะดวกสำหรับแต่ละครอบครัว
สินค้าและบริการของคุณแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร?
Makemany Travel มีจุดเด่นอยู่ตรงที่สามารถจัดท่องเที่ยวให้แก่ครอบครัวที่มีลูกในทุกวัย ตั้งแต่แพกเก็จท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไปจนถึงการจัดท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีคำขอของลูกค้าเข้ามาแบบกระทันหันก็ตาม รวมทั้งยังจำหน่ายตั๋วเครื่องบินสำหรับภายในหรือต่างประเทศอีกด้วย นอกจากนั้น Makemany Travel ยังมีจุดเด่นในเรื่องของการทำธุรกิจจากบ้าน ดังนั้นทางบริษัทจึงเสียค่าใช้จ่ายในการก่อตั้งบริษัทน้อยกว่าบริษัทท่องเที่ยวแบบเก่า
เทคนิคการทำตลาดเหล่านี้ใช้ได้ผลกับธุรกิจของคุณหรือไม่?
การวิจัยระบุว่า เครื่องมือโฆษณาที่ใช้ได้ผลมากที่สุดสำหรับบริษัทผู้ให้บริการอย่าง Makemany Travel ก็คือ การโปรโมทผ่านระบบออนไลน์ด้วยหลักการ Search Engine Optimization (SEO) เพื่อให้สามารถทำอันดับต่างๆ ได้ดีใน Google, Yahoo!, MSN (Live.com) และ การลงโฆษณากรอบเล็กๆในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น อาทิเช่นหนังสือพิมพ์ชุมชนรายสัปดาห์ที่มีผู้อ่านระหว่าง 5,000 ถึง 40,000 คน นอกจากนั้น Makemany Travel ยังลงโฆษณาในจดหมายข่าวชุมชนเดินเรือในท้องถิ่น และส่งแผ่นพับไปยังบริษัทใหญ่ๆอีกด้วย
หลังจากที่คุณตอบคำถามสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจของคุณเหล่านี้ได้แล้ว นั่นเท่ากับคุณได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งกลับสร้างแผนการตลาดขึ้นมาแล้ว
ขั้นตอนที่ 2: ขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาที่คุณไว้ใจได้
เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคุณเข้าใจธุรกิจของตนเองอย่างถ่องแท้แล้ว แนวทางที่เหมาะสมอีกประการหนึ่งก็คือรวบรวมข้อมูลจากผู้คนที่เกี่ยวข้องกับคุณ คุณควรทำการประชุมกับเพื่อน พนักงาน ที่ปรึกษา หรือคนรู้จัก จากนั้นให้คนเหล่านั้นลองตอบคำถามเหล่านี้ดู
1. ลูกค้าของคุณคือใคร?
2. ลูกค้าของคุณต้องการอะไร?
3. สินค้าและบริการของคุณแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร?
4. คุณทำการตลาดเมื่อไหร่และบ่อยครั้งขนาดไหน?
5. อีกหนึ่งปีนับจากนี้บริษัทของคุณควรเป็นอย่างไร?
การขอความเห็นเรื่องแง่มุมต่างๆเกี่ยวกับธุรกิจของคุณจะช่วยให้คุณเตรียมนโยบายการตลาดของตนเองขึ้นมาได้ รวมทั้งยังกำหนดเป้าหมายขึ้นมาได้ด้วย
ขั้นตอนที่ 3: ขอข้อมูลจากลูกค้าเดิมและว่าที่ลูกค้า
การที่จะทำตลาดกับลูกค้าจนประสบความสำเร็จ คุณต้องทำการศึกษาว่าลูกค้ามีความเห็นต่อสินค้า ราคา ตราสินค้า หรือบริการของคุณอย่างไรบ้าง รวมทั้งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ คุณต้องสอบถามลูกค้าเดิมและว่าที่ลูกค้าว่า พวกเขามีความเห็นต่อธุรกิจ สินค้า และบริการของคุณอย่างไร โอกาสในการขายสินค้าและบริการให้แก่คนเหล่านี้ รวมทั้งคู่แข่งด้วย คุณสามารถสอบถามพวกเขาได้ผ่านทางอีเมล์ โทรศัพท์ หรือไปรษณีย์บัตรการตลาดก็ได้ ส่วนสิ่งตอบแทนเล็กๆน้อยๆอาทิเช่นส่วนลดหรือสินค้าตัวอย่างก็จะช่วยให้ลูกค้าแสดงความเห็นได้ดีขึ้น
ขั้นตอนที่ 4: ร่างแผนงาน
ในตอนนี้คุณมีความเห็นจากลูกค้า และโครงร่างแบบคร่าวๆแล้ว ดังนั้นคุณจึงสามารถร่างแผนการตลาดขึ้นมาได้แล้ว คุณต้องเริ่มต้นทำข้อสรุปเกี่ยวกับจุดยืนและเป้าหมายวางการตลาดของคุณ และกำหนดว่าคุณคาดหวังที่จะทำอะไรสำเร็จบ้างในช่วงเวลาที่กำหนดเอาไว้
แผนการตลาดทั่วไปมักมีโครงสร้างดังนี้
:: สรุปตลาด
:: แนวโน้มการแข่งขัน
:: การเปรียบเทียบและจุดยืนของตัวสินค้า
:: นโยบายการสื่อสาร
:: นโยบายการเปิดตัว
:: บรรจุภัณฑ์และการสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้า
:: เมทริกซ์ความสำเร็จ
:: ตารางการทำตลาด
เมื่อมีแผนการทำตลาดอยู่ในมือแล้ว นั่นเท่ากับคุณมีโครงสร้างที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าต่อไปได้แล้ว
ขั้นตอนที่ 5: ติดตามผล และแก้ไขแผนงาน
การทบทวนแผนงานทุกๆ 6 สัปดาห์ช่วยให้คุณสามารถแยกแยะได้ว่าแผนงานสร้างผลลัพธ์อย่างที่คุณคาดหวังเอาไว้หรือไม่ คุณสามารถติดตามความก้าวหน้าได้โดยใช้สเปรดชีท ซึ่งคุณสามารถคำนวณมูลค่าในการทำตลาดและเปรียบเทียบกับยอดขายและเมทริกซ์อื่นๆได้
นอกจากนั้นคุณควรแก้ไขแผนงานเป็นประจำ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพอันสูงสุดของการทำงาน และความสำเร็จในแผนงานด้านการตลาดของเราในแต่ละขั้นตอนอีกด้วย.

ขอบคุณครับ ข้อมูลดีมากๆเลยครับ แต่ต้องอ่านหลายรอบหน่อย ^__^
ไม่ธรรมดา
โอ้ ว้าว มันยอดมาก…ขอบคุณมากครับ….
โอ้วจ๊อด มันยอดมาก เริ่มต้นปีใหม่ ด้วยบทความดีๆ น่าศึกษาอีกแล้วครับ
แหล่มเลย!!!!
ข้อมูลมีประโยชน์มากๆเลยคะ น่าสนใจคะ ขอบคุณที่นำเสนอข้อมูลที่มีประโยชน์นะคะ
เริ่มต้นปี มีบทความเยี่ยมมาฝากกันแล้ว ต้องมาเยี่ยมบ่อยๆ
วิชาการจังครับ ใครช่วยประยุกต์ให้จำง่ายๆทีเพราะมีประโยชน์มาก ขอบคุณครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ
ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขมากๆตลอดปีใหม่นี้นะครับ
ขอบคุณครับ
[...] ซึ่งจะเป็นตอนที่ต่อจากเรื่อง “การสร้างแผนงานการขายและการตลาด” [...]
[...] ?การสร้างแผนงานการขายและการตลาด? และ ?สร้างขั้นตอนการขาย? [...]
[...] ซึ่งจะเป็นตอนที่ต่อจากเรื่อง ?การสร้างแผนงานการขายและการตลาด? [...]
ได้อ่านแล้ว เหมือนได้ยาชูกำลังชั้นดีเลยครับ ขอบคุณครับ