Marketing Blog » บล็อกการตลาด » หัวใจหลักของบล็อกการตลาด
หัวใจหลักของบล็อกการตลาด
เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการเรียนรู้ และการตลาดในโลกออนไลน์ ทุกอย่างล้วนมีจุดเริ่มต้นและจุดที่จะทำให้เราสร้างความสำเร็จได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง แต่จะเชื่อหรือไม่ว่าบางครั้งเราเองก็ไม่ได้เรียนรู้จนจบเลยเสียทีเดียว กลับต้องมีการฝึกฝนและทำงานอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ รวมไปถึงวิธีการต่างๆ ที่ดีกว่าเดิมมากยิ่งขึ้น
สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่านครับวันนี้ขอพักสายตาสักแป๊บมาเขียนบทความให้ได้อ่านกันเสียหน่อยหลังจากที่ได้ หายไปนานเหมือนกันเพราะติดงานที่ต่างจังหวัด แต่ก็กลับมาแล้วครับยังคิดถึงทุกๆ ท่านเหมือนเคยครับและก็กำลังคิดหาโอกาสได้พบปะกันอีกสักครั้งในเดือนนี้หรืออาจเดือนหน้าในช่วงวันเกิดของผมนั่นเองครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับหลังจากที่บางท่านอาจทำงานอยู่และทำมาอย่างต่อเนื่องยังไงก็ขอให้ประสบความสำเร็จโดยเร็วนะครับ เอาหละเดี๋ยวเราไปต่อกันที่เรื่องราวของวันนี้เลยดีกว่าครับ
จุดเริ่มต้นในแรกเริ่มนั้นคือการคิด (ที่อาจไม่มีสาระสำคัญอะไรมากมายนักนะครับ) แต่ว่าเมื่อเราได้ทดสอบการทำงานต่างๆ ในแบบต่างๆ กันรูปแบบการเรียนรู้จะเปลี่ยนไปและได้ผลที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน เมื่อตอนที่ผมเองก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งโลกการค้าออนไลน์นั้น เหมือนกับเดินอยู่ท่ามกลางป่าดงดิบเพียงคนเดียวเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือไม่สามารถจะพูดคุยหรือปรึกษาอะไรใครได้เลยเพราะพูดกันคนละภาษานั่นเอง ความเข้าใจในหลักการทางการตลาดเราอาจได้เรียนรู้จากตำรา และบทเรียนต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งเหล่านั้นแค่การสมมติให้เราเรียนรู้เท่านั้นในสถานการณ์จริงเราจะเจอกับหลายอย่างมากมายเลยก็ว่าได้
สะดุดที่ตอแรกเรื่อง Search Engine Optimization (SEO) งานนี้ไม่มีหมูครับเพราะเรามาจากการทำงานออฟฟิศ (หมายถึงผมนะครับ) ที่นั่งอยู่แต่ในห้องแอร์ หรือเดินอยู่แต่ในโรงงานที่ไม่ได้ทำอะไรหนักๆ มากนักที่สำคัญทุกอย่างจะมีคนคอยช่วยเหลือเราแต่ในโลกออนไลน์ไม่มีครับ ต้องต่อสู้ด้วยตนเองและศึกษาหาหนทางกันเอาเอง ถูกบ้างผิดบ้างไปตามเรื่องตามราว แต่ข้อสำคัญก็คืออย่าท้อถอย เพราะเมื่อเราท้อถอยเมื่อนั้นเราจะไม่รู้ในสิ่งที่อยากรู้ ผมก้าวเข้าสู่การศึกษาเรื่อง SEO อย่างจริงจังมากขึ้นในช่วงแรกๆ นั้นก็มีทั้งที่ดีและไม่ดีรวมๆ กันไปแต่สุดท้ายก็เจอทางที่เหมาะกับเรามากยิ่งขึ้นจนได้

เมื่อมาถึงตอแรกก็หืดแทบขึ้นคอแล้วมาเจอตอที่สองนี่ยากกว่าเสียอีก นั่นก็คือแล้วจะทำอะไรดีเมื่อจะทำตลาดในโลกออนไลน์ เหตุผลก็เพราะว่าเมื่อเราเข้าสู่การแข่งขันเราต้องรู้ว่าจะต้องทำอะไรนั่นเองแต่นี่มันมืดแปดด้านครับ เพราะว่าไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดีด้วยโชคหรือว่าบุญเก่ายังพอมีอยู่ผมก็ได้เปิดบล็อกแห่งนี้ที่ชื่อว่า makemany.com เพื่อบันทึกเรื่องราวที่ตนเองเรียนรู้มาและอยากให้คนอื่นๆ ได้ทราบว่าวิธีการต่างๆ เหล่านั้นเราทำอะไรไปบ้าง ในช่วงแรกๆ ก็เละเทะครับเพราะเนื้อหาไม่มีจุดยืนเลยสักอย่างนอกจากบ่นไปวันๆ เท่านั้นเองแต่สุดท้ายแล้วประสบการณ์ต่างๆ ก็สอนให้เราต้องเรียนรู้ว่าควรเริ่มต้นตรงไหนดีก็เลยกลายมาเป็น “บล็อกการตลาด” ในปัจจุบันโดยมีเนื้อหาครอบคลุมดังนี้
1. เรื่องราวเกี่ยวกับการตลาดแบบออนไลน์
2. คำว่าแบรนด์เริ่มมีบทบาทมากยิ่งขึ้น
3. SEO ได้รับการรวบรวมเอาไว้ในที่แห่งนี้
4. ทำจริงและเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาเล่าสู่กันฟัง
5. เรื่องอื่นๆ ที่น่าจะเกี่ยวข้องกัน
เมื่อสองเรื่องราวได้ผ่านพ้นไปคราวนี้คือการทำงานจริงในโลกออนไลน์ด้วยการโคลนนิ่ง รูปแบบจากบล็อกแห่งนี้ไปเป็นบล็อกการตลาดที่ทำมาหากินได้กับการค้า สิ่งที่คิดไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นครับเพราะผมต้องเจอกับปัญหาด้านภาษาที่ไม่เอาถ่านอย่างผมเข้าไปอีก งานนี้ไม่หมูอีกแล้วอย่างนี้จะก้าวเข้าสู่โลกการค้าสากลได้อย่างไร ก็ได้ Dictionary เล่มเล็กๆ มาคอยช่วยเหลือแต่ก็เสียเวลานานทีเดียวจนสุดท้ายเอาวะ ก๊อปปี้มันอย่างเดียวนี่แหละลองๆ ทำดูก็เข้าท่าแหะเริ่มมีคนเข้าบล็อกมาเป็นคนต่างชาติซะด้วยตอนนั้นนี่ดีใจมากๆ เลยแต่ลืมนึกไปว่าอ่อยังทำเงินไม่ได้สักแดงเดียว เลยต้องทำๆ แล้วก็ทำ ไปก่อนจนเริ่มสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างจนได้เมื่อ คนที่เข้ามาเริ่มมีการซื้อของจากบล็อกของเรา เฮ้อค่อยยังชั่วหน่อย แต่พระเจ้ามันยอดมากคลิกวันเป็นร้อยๆ ขายหนังสือได้เล่มเดียวต่อวันจะทำไงดีหละทีนี้
ต่อสะดุดอีกครั้งกับ SEO ของจริง นั่นไงว่าแล้วเราต้องวัดกึ๋นกันสักหน่อยว่าเจ๋งจริงหรือไม่ ก็ลองทำให้มันจริงๆ จังๆ ดูซิว่าจะทำเงินได้สักแค่ไหนถ้าเราเก่งเรื่อง SEO แบบเอาตัวเข้าแลกเต็มที่ เริ่มศึกษาและค้นคว้าเป็นเวลากว่า 1 ปีเต็มๆ ความรู้เพียบแต่ยอดขายก็เท่าเดิมครับพี่น้องอันดับติดให้พรึ๊บแต่ไหง๋ขายของได้ไม่เยอะกว่าเดิม อนิจาไม่ใช่แค่เรื่องนี้อย่างเดียวเสียแล้วสงสัยต้องมีต่อ ก็ไหนๆ มาถึงขนาดนี้แล้วคงต้องสู้ต่อไปดูซิว่าจะดีขึ้นหรือไม่มานั่งนึกๆ ดูอืม…ใช่แล้วความน่าเชื่อถือคือหัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งที่เราจะต้องทำให้เกิดขึ้น เอาหละก็เริ่มมีการศึกษาถึงเรื่องของ “สี” และ “ธีม” ที่ใช้ต่างๆ มากยิ่งขึ้นและก็หาต้นแบบให้ได้ตามที่เขาได้ทำแล้วประสบความสำเร็จ เมื่อทำตรงนี้ไปสักพักผลคือยอดขายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือค้นเข้ามาแล้วอยู่ในบล็อกเรานานขึ้นและมีการซื้อสินค้าบ่อยขึ้น เส้นทางเริ่มสว่างมาอีกนิดหนึ่งแต่ยังไม่ดีพอ
สิ่งที่ต้องเรียนรู้เรื่องความน่าเชื่อถือ แน่นอนครับว่าความน่าเชื่อถือนั้นคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าเรา และเขามั่นใจได้ว่าเราไม่ได้โม้แม้ว่าเราจะขายสินค้าร่วมกับใครในโลกใบนี้ก็ตามจุดแรกที่ลูกค้าจะคลิกเข้าไปเพื่อซื้อหรือไม่นั้นอยู่ที่ “ความน่าเชื่อถือ” นี่เองครับทีนี้เราจะให้คนเชื่อถือเรามากขึ้นได้อย่างไรเพราะถ้ามากขึ้นเราก็จะขายได้มากขึ้นไปด้วย ผมก็เลยมาศึกษาเรื่องของ Brand (แบรนด์) บล็อกเพื่อนำไปสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบล็อกตนเองมากยิ่งขึ้น ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ หลายเดือนเหมือนกันครับจนในที่สุดเราก็ได้สิ่งที่เราต้องการมาจนได้ แต่ข้อสำคัญก็คือว่าเราออกแบบยี่ห้อให้ตัวเองโหลมากๆ เลยต้องมีอีกขั้นตอนที่เรียกว่า “การพัฒนาแบรนด์” นั่นเอง
อ๊ะเดี๋ยวพอแค่นี้ก่อนครั้งหน้านึกอะไรได้จะมาเขียนให้อ่านกันต่อแล้วกันครับ ตอนนี้ขอหาไรรองท้องก่อนเริ่มหิวซะแล้วซิเนี่ยะ กองทัพต้องเดินด้วยท้องแล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ

สวัสดีครับ…อ.ต้น
ดีใจนะที่กลับมาอีกครั้ง หลังหายไปพักใหญ่ ก็ได้แง่คิดและข้อเตือนใจอีกแล้วจาก blog แห่งนี้ ไงก็อย่าลืมมาต่อยอดเรื่องการพัฒนาแบรนด์ นะครับ สำหรับเรื่องที่่จะนัดพบกัน อันนี้เห็นด้วยครับ ถ้าเป็นไปได้เดือนละครั้งก็เจ๋งเลย รวมกลุ่มกันมาและพูดคุยกันว่าใครเป็นอย่างไร แล้วเอามาพัฒนาต่อยอดอีกที อย่างไรแล้วช่วยแจ้งหน่อยนะครับว่าเมื่อไร ที่ไหน (เอ comment คนแรกเลยเปล่าเรา)
ขอบคุณครับ
คอยติดตามอ่านเสมอครับ
ผม ได้ข่าวมาว่า เวับของ amazon.com เขาไม่ให้เงีนทีทำ amazon associates จิงหรือไม่
เขาบอกว่าให้ไปทำ amazon.co.uk แทนถืงจะได้เงีนนะ เปันข่าวรืจิงไม
ช่วยตอบที กังวนมากเลย
thank you
ขอบคุณสำหรับบทความดีดีครับ
สวัสดีครับ คุณต้น
ไม่ได้คุยกันมานาน แต่ผมก็ติดตามงานของคุณมาตลอดนะ โดยเฉพาะข้อเขียนดีดีมีสาระในบล็อกของคุณ อ่านไม่เคยขาดเลย ไค้วามรู้ไปเยอะครับ